Light & Love บ้านมินิมอลที่อ่อนโยนกับเด็ก

บ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารูปแบบการตกแต่งที่เรียบง่ายและสะดวกสบายได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะความสบายตา สีของธรรมชาติ และพื้นผิวที่อ่อนโยนของไม้ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย สำหรับบ้านนี้ก็ใช้แนวคิดมินิมอลเช่นกัน เจ้าของบ้านเป็นคนเรียบร้อยชอบความสะอาดและยังมีลูกเล็ก ๆ  ดังนั้นบ้านสไตล์มินิมอลที่จัดบ้านได้ง่ายจึงตอบโจทย์อย่างพอดี นอกจากนี้พวกเขายังหวังว่าบ้านนี้จะกลายเป็นสวรรค์ของเด็ก ๆ ได้ทุกที่ ซึ่งจากมุมมองที่เราจะได้เห็นนี้ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่อยากได้ประสบความสำเร็จอย่างดีทีเดียว

 

ห้องนั่งเล่น

คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขยายใหญ่

ตกแต่งห้องสไตล์มินิมอลบ้านที่ผ่อนคลายและอ่อนนุ่ม

ห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ในไทเป ประเทศไต้หวัน พื้นที่ใช้สอยประมาณ 142 ตารางเมตร จัดชั้นล่างแบบ open plan รวมพื้นที่ใช้ชีวิตสาธารณะอย่าง ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และชั้นบนเป็นห้องนอน บริเวณห้องนั่งเล่นไม่ได้ตกแต่งอะไรมากไปกว่าโซฟาผ้าชุดใหญ่ตัว L สีเทาอ่อนที่นั่งดูทีวี และโต๊ะกาแฟที่ทำจากไม้เนื้อแข็งขนาดกะทัดรัด ภาพรวมการตกแต่งบ้านนอกจากพื้นที่ที่กว้างขวางมากขึ้นและใช้วัสดุอ่อนนุ่มแล้ว ยังใส่ใจเรื่องการลดมุมแหลมคมที่ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกระแทกบาดเจ็บได้ดีด้วย

music-room

ด้านหลังมีผนังบิลท์อินเจาะเป็นช่องว่างสำหรับนั่งเล่นเปียโน ด้านบนเป็นตู้บานปิดให้เก็บของได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านขวามือเป็นช่อง ๆ สำหรับวางของโชว์ได้ และมีชั้นวางเตี้ย ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถหยิบจับใช้งานได้สะดวก เป็นบ้านที่คิดมาอย่างดีที่ให้เด็กๆ ได้ใช้งานร่วมกันได้จริง

ครัวและห้องนั่งเล่น

มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องรับประทานอาหารสำหรับสี่ที่นั่งดีไซน์เรขาคณิตง่ายๆ พร้อมต้นไม้สีเขียวที่วางไว้ตามมุมบ้าน ห้องครัวเป็นแบบกึ่งเปิดและไม่มีเครื่องใช้ในครัวมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กปลอดภัย แต่ยังช่วยเพิ่มความสวยงามของพื้นที่ทั้งหมดด้วย

มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือห้องทำงานอ่านหนังสือสบายตา

เพื่อให้เป็นไปตามโจทย์ “บ้านสำหรับครอบครัว” นักออกแบบจึงมีพื้นที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ให้ใช้งานด้วย อาทิ ห้องทำงานด้านหลังห้องนั่งเล่นที่กั้นด้วยโซฟา จัดใกล้ ๆ ผนังติดตั้งบานกระจกที่ติดตั้งผ้าม่านโปร่ง ๆ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติเต็มที่ เหมาะกับการใช้สายตา ทั้งคู่ชอบการอ่านหนังสือและมีหนังสือที่สะสมไว้เรื่อยๆ นักออกแบบจึงบิลท์ตู้หนังสือทำจากไม้เนื้อแข็งที่ผนังทั้งสองด้านและมีลิ้นชักขนาดเล็กสำหรับเก็บของ ส่วนที่เหลือจะถูกวางไว้ในตะแกรงซึ่งสามารถจัดเก็บและตกแต่งได้พร้อม ๆ กัน

บันไดทางขึ้นชั้นบน

บ้านโถงสูง Double Spaceโถงสูงที่เต็มไปด้วยแสง

บ้านแบบดูเพล็กซ์คือห้องชุดที่เชื่อมต่อแนวตั้งขึ้นไปเหมือนบ้าน 2 ชั้น ส่วนนี้จะเจาะเพดานเป็น Double volume ทำให้อากาศไหลเวียนได้ดี รับแสงจากผนังกระจกกระจายกระจายได้ทั่วถึง ให้ความรู้สึกยิ่งโปร่ง สว่าง และเบา ทั่งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเด็ก ๆ ในการขึ้นลงชั้นล่าง ทีมงานจึงออกแบบบันไดไม้เนื้อแข็งใส่กระจกนิรภัยที่มองทะลุได้เป็นราวกันตก ทำให้บันไดมีทั้งความความประณีตและปลอดภัย

บ้านโถงสูง Double Space

เมื่อมองลงมาจากชั้นสองจะสามารถเห็นห้องนั่งเล่นทั้งห้องอยู่ในสายตา บวกกับหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่สวยงามและสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้าน

บ้านโถงสูง Double Space

เบย์วินโดว์มีตู้ลิ้นชักของข้างในนั่งเล่นกับธรรมชาติริมหน้าต่าง

หนึ่งมุมโปรดของคนทั้งบ้านคือเบย์วินโดวหรือที่นั่งเล่นริมหน้าต่าง และเพิ่มต้นไม้วางกระถางต้นไม้สีเขียวเอาไว้ให้ดูสดชื่น กระถางต้นไม้ที่มีภาชนะและรูปฟอร์มต้นและใบที่แตกต่างกันทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้น คุณพ่อพ่อแม่มักปล่อยให้ลูก ๆ รดน้ำต้นไม้เอง แน่นอนว่านอกจากจะเป็นารปลูกฝังความรับผิดชอบ การใช้เวลาให้เกิดประโชยน์แล้ว ยังทำให้หนูน้อยของบ้านนี้รักธรรมชาติตั้งแต่เด็กด้วย

จัดสวนกระถางเล็ก ๆ ในบ้าน

ห้องนอนสไตล์มินิมอล

บนชั้นสองมีห้องนอนใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ตกแต่งเรียบง่ายแบบมินิมอล ที่มีแค่เตียงและตู้บิวท์อินแม้จะไม่มีโต๊ะข้างเตียงและของตกแต่งอื่น ๆ แต่โมเดลมินิมอลนี้สวยสุด ๆ ทางเข้าอีกด้านหนึ่งเป็นห้องสำหรับเด็กและอีกด้านหนึ่งเป็นห้องเก็บของ ซึ่งสามารถใช้เก็บเสื้อผ้าและเครื่องนอนที่ไม่ได้สวมใส่ได้ ภายในห้องมีกระถางต้นไม้ โต๊ะเล็ก ๆ คู่กับเบาะนั่งฉลุเป็นรูปร่างกระต่ายและหมีดูอบอุ่นและสวยงาม แถมด้วยการสร้างสนามเด็กเล่น ส่วนตัวเป็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ มีช่องว่างให้มุดปีนป่ายเล่น และติดปุ่มทำหน้าผาจำลองเพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับ “การผจญภัย” ที่สนุกสนาน

ห้องนอนสไตล์มินิมอล

บ้านไอเดียแชร์ไอเดีย : ในบ้านที่มีเด็กต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ ทั้งวัสดุปูพื้นที่ไม่ควรจะลื่น ชุดเฟอร์นิเจอร์เน้นงานผ้า งานไม้ที่ไม่มีมุมแหลมคมที่อาจจะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกได้ สำหรับวัสดุกระจกหากเลี่ยงการนำมาใช้งานไม่ได้ ให้เลือกใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass) ที่จะแตกเป็นลักษณะเกล็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด ไม่คมเหมือนกระจกทั่วไป จึงช่วยลดความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กได้ในอีกระดับ

 

 

Visitors: 469,735