15 ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านที่นาซารับรอง ดูดสารพิษได้ แต่งบ้านก็สวย

รวมรายชื่อต้นไม้ฟอกอากาศที่นาซารับรอง ดูดซับสารพิษได้จริง ปลูกในบ้านช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ แถมยังแต่งบ้านได้สวยอีกด้วย

มลภาวะทางอากาศในเมืองไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกที ทั้งฝุ่น PM2.5 และเขม่าควันจากยวดยานพาหนะ ที่เป็นตัวการหลักทำให้อากาศบริสุทธิ์หดหายไปเรื่อย ๆ หลายคนเริ่มหันมาพึ่งพาเครื่องฟอกอากาศ แต่ก็มีคนที่เริ่มหันมาปลูกและสนใจ ต้นไม้ ฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อดูดซับสารพิษต่าง ๆ กันมากขึ้นจนเกิดเป็นเทรนด์ฮิตขึ้นมา

ซึ่งจากรายงานเรื่อง Interior Landscape Plants for Indoor Air Pollution Abatement เป็นการศึกษาค้นคว้าขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซา (NASA) ร่วมกับ Associated Landscape Contractors of America (ALCA) ได้ค้นพบว่า ไม้ประดับธรรมดาที่ปลูกในบ้านหรือที่เราใช้ตกแต่งห้อง ต่าง ๆ ของเรานี่แหละ มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เช่น สารฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน เบนซิน และสารมลพิษอื่น ๆ เรามาดูตัวอย่างบางส่วนของต้นไม้ฟอกอากาศที่ดีที่สุดที่ได้รับการยอมรับจากนาซาว่าสามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้จริง และเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างทั่วโลก และยังช่วยให้ห้องเราสวยงามขึ้นอีกเป็นกองเลยล่ะค่ะ
1. เดหลี
เดหลี (Peace Lily, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Spathiphyllum Species) ต้นไม้ในร่มที่ช่วยดูดซับและกำจัดสารเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน แอมโมเนีย ไซลีน โทลูอีน และสารมลพิษอื่น ๆ ในอากาศได้ มีอายุหลายปี สีขาวสวย มีกลิ่นหอม ความสูงประมาณ 40-70 เซนติเมตร ปลูกใส่กระถางสานเก๋ ๆ ไว้ในห้องได้

          วิธีปลูกต้นเดหลี
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์  
          การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง หรือ 2 วันต่อครั้ง
                                                                                              อุณหภูมิที่เติบโตดี : 16-32 องศาเซลเซียส
2. เบญจมาศ
เบญจมาศ (Chrysanthemum, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Dendranthemum grandifflora) ไม้ดอกสีสันสดใสที่คนชอบปลูกในบ้าน มีส่วนช่วยในการกรองสารพิษอย่าง แอมโมเนียและเบนซีน ซึ่งเป็นสารพิษที่พบมากในพลาสติก ผงซักฟอก และกาว ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย มีหลายสายพันธุ์ มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 75-80 เซนติเมตร ปลูกจนโตเต็มที่แล้วก็ตัดมาเสียบแจกันประดับตกแต่งบ้านหรือห้องพักได้อีกด้วย

          วิธีปลูกเบญจมาศ
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : กลางแจ้ง ริมระเบียง หรือปลูกในห้องนั่งเล่น, ห้องครัว
          แสง : ชอบแดดจัด
          การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-45 องศาเซลเซียส

3. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง
ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hedera helix) ช่วยดูดซับและกำจัดสารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และโทลูอีน ออกจากอากาศได้ เป็นไม้เถาเลื้อย ใบเป็นแฉกคล้ายใบตำลึง มีหลากสี หลายพันธุ์ ปรับตัวได้ดี ดูแลไม่ยาก ได้รับความนิยมในการนำไปปลูกเพื่อแต่งบ้านในแถบยุโรป จับมาใส่กระถางวางบนชั้นให้ใบค่อย ๆ ห้อยลงมาก็สวยไปอีกแบบ

          วิธีปลูกต้นตีนตุ๊กแกฝรั่ง
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-30 องศาเซลเซียส

4. ลิ้นมังกร
ลิ้นมังกร (Snake plant หรือ Mother-in-law’s tongue, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sansevieria laurentii) พืชในร่มที่แข็งแรงและสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องดูแลเยอะ มีอายุอยู่ได้หลายปี สามารถกำจัดสารพิษที่ระเหยอยู่ในอากาศได้อย่างดี และยังช่วยผลิตออกซิเจนที่บริสุทธิ์ในเวลากลางคืนด้วย ใบเป็นรูปหอก แข็ง หนา ตั้งตรง มีลวดลาย สีเขียวเข้มอมเทา พร้อมแถบสีเขียวอ่อนพาด หลายคนจึงนิยมนำมาประดับตกแต่งห้อง

          วิธีปลูกลิ้นมังกร
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องน้ำ
          แสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-45 องศาเซลเซียส

5. เยอบีรา
เยอบีรา (Gerbera Daisy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Gerbera Jamesonii) ช่วยดูดซึมสารพิษในอากาศและผลิตออกซิเจนในระดับสูงตอนกลางคืน เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือผู้ที่มีอาการหายใจผิดปกติ เป็นไม้ดอกที่นิยมนำมาประดับตกแต่งสวน แต่ดอกที่บานไม่ทนนาน ร่วงเร็ว จึงดูแลรักษาค่อนข้างยาก

          วิธีปลูกเยอบีรา
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          แสง : ใต้ร่มเงา, แสงแดดรำไร
          การรดน้ำ: 2-3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-25 องศาเซลเซียส

6. พลูด่าง

พลูด่าง (Money Plant หรือ Devil's ivy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Epipremnum aureum) สามารถกำจัดสารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ที่อยู่ในอากาศได้ ปลูกง่าย ตายยาก เหมาะปลูกในอาคารหรือที่อยู่อาศัย มีข้อควรระวังเล็กน้อย คือ ใบเป็นพิษต่อเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง หากมีสัตว์เลี้ยงต้องปลูกให้สูงขึ้นสักนิดนะคะ

          วิธีปลูกพลูด่าง
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ที่ไหนก็ได้ แต่ให้ห่างจากเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง
          แสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-45 องศาเซลเซียส


7. แก้วกาญจนา

แก้วกาญจนา อโกลนีมา หรือเขียวหมื่นปี (Aglaonema หรือ Chinese Evergreen, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Aglaonema commutatum) ช่วยกำจัดเบนซีนและฟอร์มาลดีไฮด์ รวมถึงสร้างออกซิเจนในปริมาณมากด้วย มีพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากกว่า 100 สายพันธุ์ สีสันฉูดฉาดสวยงาม แต่งบ้านได้หลายมุม แต่ผลัดใบง่าย ต้องดูแลเป็นพิเศษ

          วิธีปลูกแก้วกาญจนา
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

8. เศรษฐีเรือนใน
เศรษฐีเรือนใน (Spider plant หรือ Airplane Plant, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Chlorophytum comosum) สามารถกำจัดสาร VOC หรือสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่มักพบในสารประกอบหรือสารทำละลายในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงคาร์บอนมอนอกไซด์และไซลีนด้วย เป็นพุ่มใบเรียวสีเขียว-เหลือง โค้งงอแผ่ขยายลงด้านล่าง ปลูกในกระถางเล็ก ๆ ก็น่ารักน่าเอ็นดู

          วิธีปลูกเศรษฐีเรือนใน
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

9. ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Aloe barbadensis mill) พืชที่มีสรรพคุณครอบจักรวาล นำมาใช้รักษาโรคตั้งแต่สมัยโบราณ ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ และมีประสิทธิภาพในการกำจัดเบนซีนและฟอร์มาลดีไฮด์ เนื้อข้างในยังสามารถนำไปทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มได้หลายเมนูด้วย

          วิธีปลูกว่านหางจระเข้
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงแดดรำไร
          การรดน้ำ : 2 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-45 องศาเซลเซียส

10. จั๋ง
จั๋ง (Broad Lady Palm หรือ Bamboo palm, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Chamaedorea seifrizii) ช่วยดูดซับและกำจัดเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และโทลูอีน ในอากาศ ช่วยลดระดับแอมโมเนียที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายประเภทได้ด้วย ลักษณะต้นเป็นกอ สูงประมาณ 2-4 เมตร ใบเป็นแฉกคล้ายพัด สีเขียวเข้มเป็นมัน ปลูกในภาชนะสาน หรือไม้ จะช่วยแต่งห้องให้ดูมินิมอลมากขึ้น

          วิธีปลูกจั๋ง
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ทางเข้าบ้าน
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 2-3 วันต่อครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-35 องศาเซลเซียส

11. ยางอินเดีย
ยางอินเดีย (Rubber Plant หรือ India Rubber Fig, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Ficus elastica) ด้วยใบที่มีขนาดใหญ่ จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซับและกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ สารเคมี รวมถึงช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และเปลี่ยนให้เป็นออกซิเจนที่บริสุทธิ์ และยังสามารถกำจัดแบคทีเรียและสปอร์ของเชื้อราในอากาศได้อีกด้วย เป็นไม้ยืนต้น ใบกลมหนา สีต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น เขียว เหลือง และแดง เรามักจะเห็นบ่อยตามคาเฟ่ หากใครอยากแต่งห้องครัวสไตล์คาเฟ่เก๋ ๆ ต้องซื้อมาลอง

          วิธีปลูกยางอินเดีย
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม, ในสวนที่มีพื้นที่ เพราะต้นยางอินเดียสามารถสูงได้ถึง 1-2 เมตร จึงควรเลือกปลูกในบริเวณที่มีพื้นที่
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 12-30 องศาเซลเซียส

12. หน้าวัว
หน้าวัว (Anthurium, Flamingo Flower หรือ Pigg-tail flower, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Anthurium andraeanum) เป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับแต่งบ้านที่ช่วยดูดซับและกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน และโทลูอีน ในอากาศได้ ใบสวยงามแต่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นรูปหัวใจ ดอกออกเหนือก้านใบ ออกได้ตลอดทั้งปี ปลูกติดบ้านไว้มองเห็นตอนไหนก็ชื่นใจแน่นอน

          วิธีการปลูกหน้าวัว
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

13. ฟิโลเดนดรอน ใบหัวใจ
ฟิโลเดนดรอน ใบหัวใจ (Philodendron Heartleaf หรือ Sweetheart plant, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Philodendron cordatum) มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟอร์มาลดีไฮด์โดยเฉพาะ ลักษณะเป็นไม้เลื้อย ใบรูปหัวใจสีเขียวสดใส ใบใหญ่สวยงาม เข้ากันดีกับการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ ปูนเปลือย ทำให้บ้านดูเท่และสดชื่นขึ้น

          วิธีปลูกฟิโลเดนดรอน
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : 3-4 วันต่อครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

14. เฟิร์นบอสตัน
เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern หรือ Fishbone Fern, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Nephrolepis exaltata) ช่วยกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน โทลูอีน และเชื้อโรคในอากาศ เชื้อรา แบคทีเรีย จากอากาศภายในอาคาร ลักษณะต้นเป็นพุ่มสวยงาม ใบทึบแน่น โค้ง และแข็ง ลักษณะคล้ายใบมะขาม นำมาแต่งห้องสีขาวก็จะช่วยเพิ่มสีเขียวให้ห้องดูสดชื่นขึ้นเยอะ

          วิธีปลูกเฟิร์นบอสตันในบ้าน
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
          สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
          การรดน้ำ : วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-35 องศาเซลเซียส

15. ไทรย้อยใบแหลม

ไทรย้อยใบแหลม (Weeping Fig, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Ficus benjamina) สามารถกำจัดเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ได้ เป็นไม้ยืนต้น ใบหนาเป็นมัน ปรับตัวได้ดีกับทุกสภาพอากาศ จึงได้รับความนิยมนำมาปลูกเป็นอย่างมาก

          วิธีปลูกไทรย้อยใบแหลม
          ตำแหน่งที่ควรปลูก : ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
          พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : กลางแจ้ง ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
          สภาพแสง : แดดจ้า, แสงแดดรำไร
          การรดน้ำ : 3-4 วันต่อครั้ง
          อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

          เพราะการอยู่บ้านที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่สำคัญ เราจึงอยากให้ทุกคนหันมาสนใจเรื่องต้นไม้ฟอกอากาศกัน ยิ่งมีการรับรองจากนาซาด้วยแล้วว่า ต้นไม้เหล่านี้สามารถกำจัดสารพิษและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่คุณได้จริง จะรอช้าอยู่ไย ไปปลูกต้นไม้เหล่านี้ในบ้านของคุณกันเถอะค่ะ

Visitors: 469,736